หายห่วงท่วมขนาดนี้ ประกันก็คุ้มครอง

หลายๆคนคงได้เห็นข่าวน้ำท่วมที่กำลังเป็นประเด็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นภาพน้ำท่วมที่แชร์กันมาบนโซเซียล เหมือนเมื่อคืนจอดรถพื้นยังแห้งสนิท พอตอนเช้าน้ำแทบมิดหลังคารถหากใครกำลังเผชิญปัญหาเดียวกับที่เป็นข่าวอยู่ มาอ่านเลยว่าถ้าทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ ผมจะรับมือยังไงหากน้ำท่วมมิดหลังคาขนาดนั้น และถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้วต้องนำรถคันโปรดคู่ใจมาลุยน้ำท่วมขังที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ประกันจะคุ้มครองหรือเปล่า เฮ้อ ถอนหายใจรัวๆ สงสารรถจริงๆ


มาที่กรณีแรกกันก่อน อย่างที่เกริ่นไว้ว่า เมื่อคืนจอดรถพื้นยังแห้งอยู่เลย แต่พอเช้าขึ้นมา น้องน้ำนี่แทบจะไปเซย์ฮายกับหลังคารถ ไม่ต้องวอรี่ไปว่าถ้าน้ำลดแล้วเนี่ยจะเอาเงินที่ไหนไปซ่อม ขอบอกว่าอันนี้ ประกันชั้น 1 คุ้มครองนะ แบบนี้เรียกว่า สูญเสียโดยสิ้นเชิง จะจ่ายค่าเสียหายเป็นค่าซ่อม (ไม่จ่ายเงินสดนะ) 70-80% ของทุนประกัน


มีสูญเสียสิ้นเชิงก็ต้องมีเสียหายบางส่วนสินะ ความเสียหายบางส่วน จากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติก็จะซ่อมตามความเสียหายจริง แต่มันก็มีสิ่งที่เราควรต้องรู้มากๆเลยนะ บางทีเราทำแบบนี้ไปก็เคลมไม่ได้เลยนะ เพราะการเคลมประกันภัยในหมวดความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมเนี่ย มันก็ขึ้นอยู่กับเจตนาในการขับรถไปในที่เกิดเหตุเหมือนกันนะ หากต้องขับรถไปยังที่มีน้ำท่วมขัง ขอยกตัวอย่างง่ายๆ มีถนน A และ ถนน B หากถนน B น้ำท่วมสูงกว่าถนน A แต่ถึงที่หมายเร็วกว่า แต่เลือกไปที่ถนน B ที่มีน้ำสูงกว่า อันนี้มีเจตนาที่ขับรถไปในที่เกิดเหตุ บริษัทประกันภัย อาจไม่เคลมค่าใช้จ่ายให้เลยนะครับ แต่หากว่า ถ้าขับไปที่ถนน A ที่น้ำท่วมไม่สูงมาก แล้วระดับน้ำสูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนน้ำท่วมสูงขึ้น อันนี้ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยนะครับ สามารถเคลมได้ ไม่เกินวงเงินคุ้มครองของทุนประกัน เช่นกัน มันเส้นบางๆเนอะระหว่าง เจตนากับสุดวิสัย


อธิบายมาสะเนิ่นนาน บางครั้งเราต้องรู้ไว้บ้างนะครับว่าถ้าเกิดขึ้นกับตัวเองจะรับมืออย่างไร และคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกนะ แล้วที่สำคัญอย่าลืมหาประกันรถยนต์ มาไว้ให้กับรถของคุณด้วยนะ นี่ถ้าต้องเผชิญสถานการณ์แบบนั้นแล้วไม่ได้ทำประกันให้กับรถคงต้องคิดหนักเลยละว่าจะหมุนเงินที่ไหนมาซ่อมรถ หากกำลังมองหาประกันราคาถูกก็สามารถคลิกที่ปุ่มด้านล่างได้เลย