• – จัดตั้ง บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1.5 ล้าน บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท จำนวน 150,000 หุ้น เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทการ ประกันภัยรถยนต์ผ่านช่องทางโทรศัพท์ ทั้งการประกันภัยรถยนต์แบบภาคสมัครใจ และแบบภาคบังคับ และเช่าพื้นที่จำนวน 499 ตาราง เมตร เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 388 อาคาร ไอบีเอ็ม ชั้น 16 บี ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ 10400 โดย ใช้ระบบโทรศัพท์แบบธรรมดาทั่วไป (ระบบ PABX)

    – ได้รับใบอนุญาตเป็น นายหน้าประกันวินาศภัยประเภทการจัดการให้มีการ ประกันภัยโดยตรงจากกรมการประกันภัย (ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.) ตั้งแต่ เดือนกันยายน ปี 2548 และ ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าว ซึ่งมีอายุสิ้นสุดในเดือนกันยายน ปี 2561

    – พัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์สำหรับการใช้ในงานขายประกันทางโทรศัพท์โดยเฉพาะ และระบบการปฏิบัติงานด้านหลังการขาย เช่น การติดตามกรมธรรม์กับบริษัทประกันวินาศภัย การติดตามการส่งกรมธรรม์ให้กับลูกค้า และการพิมพ์กรมธรรม์ เป็นต้น เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลการขายประกันภัยให้กับบริษัทประกันภัยได้สะดวกและรวดเร็ว
  • – พัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์สำหรับการวางบิลเรียกเก็บค่านายหน้า ประกันภัยและค่าบริการอื่นจากบริษัทประกันวินาศภัย และการตัดชำระค่าเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิตของ ลูกค้าบริษัท
  • – ขยายพื้นที่ศูนย์ ให้บริการทางโทรศัพท์ เพื่อรับจ้างให้บริการ(outsource) ศูนย์ให้บริการทางโทรศัพท์ให้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง โดยเช่าพื้นที่จำนวน 529 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ของอาคารไอบีเอ็ม ชั้น 12 เอ ทำให้บริษัทมีพื้นที่การให้บริการรวม 1,028 ตารางเมตร

    – ขยายพื้นที่ ศูนย์ให้บริการทางโทรศัพท์ โดยเช่าพื้นที่จำนวน 620 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ของอาคารไอบีเอ็ม ชั้น บี1 ทำ ให้บริษัทมีพื้นที่การให้บริการรวม 1,648 ตารางเมตร

    – พัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์ระบบการดำเนินธุรกิจต่างๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ได้แก่
        ระบบโปรแกรม การแก้ไขและตีกลับงานกับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งสามารถเชื่อมข้อมูลระหว่างบริษัทประกันวินาศภัยกับบริษัท
        ระบบโปรแกรมการทวงหนี้ ซึ่งใช้ระบบการส่ง SMS เตือน ลูกค้าก่อนครบกำหนดวันชำระเบี้ยประกันล่วงหน้า 3 วัน ระบบติดต่อลูกค้าทางโทรศัพท์อัตโนมัติ และระบบพิมพ์จดหมายเตือนการชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติ และ ระบบโปรแกรมทางการเงิน ที่นำเงินจากการชำระเบี้ยประกันของลูกค้าในทุกช่องทางการชำระเงินเข้าระบบงานข้อมูลของบริษัทใน ตอน เช้าของวันถัดไปโดยอัตโนมัติ

    – กลุ่มผู้ถือหุ้นของ บริษัทได้ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท เฟิร์สท เนชั่นนัล โบรกเกอร์ จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งเป็นบุคคลภายนอก มูลค่าการซื้อขาย 300,000 บาท ซึ่งเป็นราคา ที่เจรจาตกลงร่วมกัน เพื่อประกอบธุรกิจนาย หน้าประกันชีวิตผ่านช่องทาง โทรศัพท์ และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเอสเอ็น ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัด
  • – เพิ่มทุนจดทะเบียน และ ชำระแล้วจาก 1.5 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาท

    – ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตประเภทการจัดการให้มีการประกันภัยโดยตรงจาก คปภ. ตั้งแต่ เดือนมีนาคม ปี 2551 และ ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าว ซึ่งมีอายุสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี 2559
  • – พัฒนาระบบบันทึกบทสนทนาและระบบตรวจสอบคุณภาพของพนักงานขายทางโทรศัพท์ ของศูนย์ให้บริการทางโทรศัพท์เพื่อให้สามารถติดตามผล การปฏิบัติของ พนักงานขายประกันของบริษัท

    – พัฒนาระบบโปรแกรม การ ขายจากระบบโทรศัพท์แบบธรรมดาทั่วไปเป็นระบบ Internet Protocal (IP Based) ทำ ให้พนักงานของบริษัทสามารถสับเปลี่ยนที่นั่งเพื่อ ใช้ โทรศัพท์ในการขายประกันภัย (Free Seating) โดย ใช้รหัสพนักงานและรหัสผ่าน (ID. และ Password)

    – จัดจ้างบุคคลภายนอก (outsource) ซึ่ง เป็นผู้จัดหาฐานข้อมูลลูกค้าและโทรศัพท์ติดต่อกับ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเบื้องต้น ก่อนที่จะแจ้งให้พนักงานขายของบริษัทเป็นผู้โทรปิดการขายกับลูกค้ารายดัง กล่าว อย่างไร ก็ตาม บริษัทได้ยกเลิกการจ้างบุคคลดังกล่าวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2555
  • – ร่วมมือกับพันธมิตร ที่เป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งหนึ่ง (Partner) ใน การจัดหาและบริหารฐานข้อมูลลูกค้า เพื่อให้บริษัทนำไปใช้ขายประกันรถยนต์และประกันอุบัติเหตุให้กับบริษัท ประกันวินาศภัยดังกล่าวผ่านทางโทรศัพท์ (Telemarketing) โดย มีข้อตกลงที่แบ่งรายได้ร่วมกัน

    – ทดลองงานขายประกัน ทางโทรศัพท์ โดยร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการเชื่อมต่อกับ Website ของ บริษัทประกันชีวิตดังกล่าวเพื่อให้พนักงานของ บริษัท สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าเพื่อขายประกันชีวิต ในกรณีที่ลูกค้ารายดังกล่าวเข้ามาติดต่อผ่าน Website ของ บริษัทประกันชีวิต โดยมีข้อตกลงที่แบ่งรายได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัทได้ยกเลิกวิธีการขายดังกล่าวไปแล้ว
  • – เพิ่มช่องทางการ จำหน่ายประกันผ่านทาง Website ของ บริษัท
  • – ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทได้ปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่มบริษัท ดังนี้

    – บริษัทมีการซื้อทรัพย์สินและรับโอนพนักงาน IT จากบริษัท เอ-สแควร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด และคณะกรรมการของบริษัท เอ-สแควร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด มีมติที่จะหยุดประกอบธุรกิจตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2556 เป็น ต้นมา

    – บริษัทเข้าซื้อหุ้น ของบริษัท เอเอสเอ็น ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัดในสัดส่วนร้อยละ 99.99 จาก ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เพื่อเป็นบริษัทย่อยของบริษัท แต่ยังคงมีนโยบายให้แต่ละบริษัทดำเนินธุรกิจการขายประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิตผ่านช่องทางการโทรศัพท์เหมือนเดิม กล่าวคือ บริษัทจะดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทรถยนต์เป็นหลัก และบริษัทย่อยจะดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต
  • – เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เป็นการประกันอุบัติเหตุเพื่อใช้ในการขายให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยร่วมมือกับบริษัทประกันวินาศภัยแห่งเดียวกันที่บริษัททำธุรกิจร่วมกันใน ปี 2554 ทั้ง นี้ บริษัทประกันวินาศภัยดังกล่าวร่วมมือกันในการจัดหา และบริหารฐานข้อมูลฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้บริษัทดำเนินขายผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุของบริษัทประกันวินาศภัย ดังกล่าว
  • – บริษัทจดทะเบียน แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 โดย มีชื่อว่า ”บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน)” และ ได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิม 10 บาทต่อหุ้นเป็น 0.25 บาท ต่อหุ้น รวมทั้งได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2 ล้าน บาท เป็น 65 ล้าน บาท โดยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ดังนี้

    1. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวนไม่เกิน 192,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท มูลค่ารวม 48 ล้าน บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งได้ชำระเงินเพิ่มทุน ทั้งหมดในวันที่ 25 มิถุนายน 2558

    2. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวนไม่เกิน 30,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Initial Public Offering)

    – ร่วมมือกับ 5 บริษัท ประกันวินาศภัยที่มีความเชี่ยวชาญการทำประกันรถยนต์ โดยบริษัทจะแบ่งแยกฐานข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อขายประกันรถยนต์ตามยี่ห้อรถยนต์ ซึ่งทำให้บริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งให้ผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น
  • – บริษัทได้ประสบความสำเร็จในการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ด้วยรหัสหลักทรัพย์ ASN เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559

    – บริษัทได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพื่อพัฒนาธุรกิจทางด้านอินชัวร์เทค (Insurtech) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มประกันออนไลน์แบบครบวงจรโดยใช้ชื่อเครื่องหมายบริการว่า "อู้หู" หรือ OOHOO ผ่านเว็บไซต์ www.oohoo.io เพื่อรุกตลาดประกันออนไลน์

    – ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อยอีก 1 บริษัท เพื่อรองรับธุรกิจทางด้านฟินเทค (Fintech) คือบริษัท ได้เงิน ดอทคอม จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ให้บริการจับคู่ผู้ที่ต้องการให้กู้ยืมเงินกับผู้ที่ต้องการกู้ยืมเงิน (Peer to Peer Lending) ทุนจดทะเบียน 8,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ 800,000 หุ้น มูลค่าที่คราไว้ หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99%